บันทึก…ย้อนอดีต

จากเขตงานสามจังหวัด (พิษณุโลก-เพชรบูรณ์-เลย) ย่ำตีนย่างข้ามห้วยขึ้นเขาลูกแล้วลูกเล่า จนไปสิ้นสุดที่ เขตงานหมายเลข 3 แขวงไชยบุรี เขตงานหมายเลข 3 แห่งนี้เป็นชุมชนขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนที่ราบบริเวณฝายน้ำตาล เป็นที่ตั้งของโรงเรียน คลังเสบียง และที่พักคนผ่านทางระหว่างเขตงาน ผู้คนที่นี่จึงหลากหลาย มีทหาร มีเด็กนักเรียน มีชาวไร่ชาวนา มีปัญญาชน มีนักปฏิวัติอาวุโส มีคนแปลกหน้าผ่านมาผ่านไป ภายหลังพำนักอยู่ราวปีเศษๆ ก็ได้ออกเดินทางขึ้นเขาข้ามห้วยผ่านดอยยาว จนถึงแม่น้ำโขงลงเรือผ่านปากแบ่ง จุดหมายปลายทางคือ สำนัก เอ.30 ที่ตั้งอยู่ประชิดชายแดนลาว-จีน ในเขตเมืองสิง แขวงหลวงน้ำทา สำนัก เอ.30 เป็นชุมชนแนวหลังที่ใหญ่โต และเต็มไปด้วยผู้ปฏิบัติการระดับสูง หลังจากพักอยู่ที่สำนัก เอ.30 ราว 6-7 เดือน ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปช่วยงานที่หน่วยงานวิทยุ สปท. เมืองคุณหมิง หลังจากนั้นไม่นานสถานการณ์ไม่ค่อยราบรื่นนัก


 


การเดินทางกลับของผมกับคณะและผู้นำทางชาวว้า ภายหลังจากถึงเมืองชายแดน การที่จะข้ามไปยังปางซางเลยทีเดียวไม่ง่ายนักเพราะทางการจีนค่อนข้างเข้มงวด พวกเราต้องอ้อมไปยังเมืองซีเหม็งของเขตปกครองพิเศษว้าใน จากนั้นจึงข้ามไปยังฝั่งพม่า การเดินทางถนนหนทางไม่ค่อยดีนัก ต่างจากฝั่งจีนมากมาย พวกเราต้องใช้ฬ่อในการขนสัมภาระก่อนจะถึงเวียงเงิน พวกเรามีหน่วยคุ้มกันที่ส่งมาจากปางซาง หน่วยคุ้มกันนี้หากสังเกตให้ดีจะเห็นตราหน้าหมวกมีสัญลักษณ์ภูเขาและมีดาวแดงเปล่งประกายอยู่ข้างบน คณะของเราต้องใช้เวลาถึงสองวันเดินทางอ้อมจุดตรวจของทหารจีน หลังจากเดินทางมาทั้งวันก็มาถึงกองบัญชาการใหญ่ของกองทัพสหรัฐว้า เมื่อถึงปางซางด้วยความเหน็ดเหนื่อย พวกเรานอนกันแต่หัวค่ำภายหลังจากการดื่มกินกับสหายว้าฝ่ายต่างประเทศ


 


พอตื่นเช้าสหายว้าฝ่ายต่างประเทศมาเรียกให้ไปพบกับสหายโหลง จุดเริ่มต้นสนทนาเริ่มต้นจากการทักทายและถามสารทุกข์สุขดิบกัน หลังจากนั้น สหายโหลงเล่าให้พวกเราฟังว่า “พรรคคอมมิวนิสต์พม่าถูกการสลายตัวลงแล้วเมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ผ่านมา โดยกลุ่มสหายของเรานี้ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ของพรรคมากกว่าสหายกลุ่มอื่น จนส่งผลให้กลุ่มสหายของเรายังยึดมั่นในวินัยของทหารป่า มีความยึดมั่นซื่อสัตย์ต่อพรรค และประกอบด้วยแนวคิดอื่นๆอีก เช่น การไม่เชื่อในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา และไม่มีลักษณะความเชื่อในแนวทางแบบสันติวิธี ความต้องการสวัสดิการ ความเท่าเทียม และการได้รับการศึกษาและสวัสดิการทางสังคมจากรัฐ และการต่อต้านระบอบศักดินาระบอบทหาร แต่ไม่ปฏิเสธทุนนิยมอย่างชัดเจน ด้วยความแตกต่างในทางปฏิบัติจากปัจจัยของโครงสร้างที่ไม่เท่าเทียม และพื้นฐานสังคมและการศึกษาที่ต่างกันระหว่างกลุ่มสหายของเรากับกลุ่มสหายผู้นำและกลุ่มสหายแนวร่วม ในแง่บทบาทของพรรคเองตั้งแต่การที่พรรคไม่มีการพัฒนารูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ของตน ความบกพร่องในการวางรากฐานขององค์กรที่เข้มแข็ง ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของพรรคมาตลอด ความลุ่มหลงในตัวตนและมัวแต่มอมเมากันด้วยวรรณกรรมชูธง จนไม่ได้วิเคราะห์คู่ต่อสู้บนพื้นฐานของความเป็นจริง การเน้นความเป็นศูนย์กลางของพรรคมากเกินไปจนนำไปสู่ความขัดแย้งภายใน ความอ่อนด้อยในการพัฒนาการของการต่อสู้ทางการเมืองและกำลังอาวุธ จนกระทั่งถึงการเน้นรูปแบบเหนือเนื้อหาในขบวนการ ส่งผลให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ข้อบกพร่องของพรรคในขบวนปฏิวัติ ตั้งแต่การผูกติดกับความคิดของจีนมากเกินไป จนก่อให้เกิดความไม่เป็นอิสระ การที่พรรคมีแนวโน้มในการรวมศูนย์มากกว่าการสร้างประชาธิปไตย รวมไปถึงความขัดแย้งในประเด็นเรื่องการวิเคราะห์สังคมในการประชุมสมัชชาครั้งที่ 3 อันก่อให้เกิดความขัดแย้งและการลาออก การแยกไปตั้งกลุ่มต่างๆของสหายที่วิจารณ์หรือแยกออกเป็นอิสระจากพรรค จนนำมาสู่การสูญเสียบทบาทนำของพรรคในที่สุด และพรรคจึงได้ล่มสลายไปอย่างสมบูรณ์ สิ่งที่หลงเหลืออยู่ก็คงเป็นเพียงกลุ่มขบวนการและรูปแบบสายสัมพันธ์อันแตกแขนงออกไป”


 


ที่ปางซางหลังจากพำนักอยู่ระยะหนึ่ง พวกเราก็ได้วางแผนเดินทางกลับมาตุภูมิ ต้องผ่านเขตยึดครองของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลพม่าหลายต่อหลายกลุ่ม เมื่อเดินทางมาถึงอำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ทราบว่าสงครามประชาชนได้ยุติลงแล้ว

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น