เล่าเรื่อง นาฬิกา ยี่ห้อ Patek Philippe


"หนึ่งปีหลังเลือกตั้ง" กลายเป็นข่าวใหญ่ เนื่องจากบทความในหนังสือพิมพ์ Daily Eleven ของพม่า พูดถึงความล้มเหลวในการปราบปรามการคอร์รัปชั่นของรัฐบาลที่นำโดย นางอองซาน ซูจี แห่ง พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) เนื่องจากระบบทุนนิยมอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกในแผ่นดินพม่ามาตั้งแต่ยุคเผด็จการทหาร และปัจจุบันไม่อาจต้านทานทำลายโครงสร้างดังกล่าวลงได้


 




บทความยกตัวอย่างว่า "มีนักการเมืองสวมนาฬิกา Patek Philippe ราคาแสนดอลลาร์ จากนักธุรกิจที่เคยต้องโทษจำคุกข้อหายาเสพติดมอบให้" มุขมนตรีใหญ่แห่งนครย่างกุ้งจากพรรค NLD แจ้งจับนักหนังสือพิมพ์ 2 คนทันที เจ้าหน้าที่ตำรวจบุกจับกุม U Than Htut Aung ผู้บริหารกลุ่มบริษัทสื่อพม่ารายใหญ่ CEOบริษัทอีเลฟเว่น มีเดีย กรุ๊ป เจ้าของหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ชื่อดังในเครือเป็นจำนวนมาก และ U Wai Phyo บรรณาธิการอีเลฟเวน ในข้อหาหมิ่นประมาท แทนที่จะมีการสอบสวนตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างจริงจังในรัฐบาล แต่นักการเมืองกลับร้อนตัวแจ้งจับสื่อมวลชนทันที! องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ ก็ถามว่า การปิดปากสื่อหนังสือพิมพ์ แสดงว่าภายใต้รัฐบาลประชาธิปไตย (NLD) ประชาชนไม่มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานซึ่งเป็นเสาหลักของประชาธิปไตย


 


มุขมนตรีคนนั้นบอกว่า เขาใส่นาฬิกา Rolex ที่ภรรยาซื้อให้เป็นของขวัญ จึงรู้สึกไม่พอใจ จึงแจ้งความจับเจ้าพ่อสื่อ หารู้ไม่ เขาไม่ได้หมายถึงตัวเอง แต่ดันออกโรงเอง เป็นเหมือนนายหน้ารับหน้าเสื่อ ออกมาปกป้องนักการเมือง "ตัวจริง" บางคนหรือไม่? มุขมนตรีคนไหน ใครกันแน่ ที่สวมนาฬิกา Patek Philippe ราคาแสนดอลลาร์! จากนักธุรกิจอดีตนักโทษข้อหายาเสพติดมอบให้


 


ทีนี้เรามาไล่เรียงดูกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของพม่าว่ามีกลุ่มไหนบ้าง? กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของพม่ามี 5 กลุ่ม ได้แก่ 1) Htoo (ทู) Group of Companies เป็นกลุ่มที่มีสายธุรกิจกว่า 50 ประเภท บริษัทในเครือกว่า 100 บริษัท ไม่ว่าจะเป็นสายการบิน (Air Bagan), ธนาคาร (AGD Bank), โรงแรม (Aureum, Myanmar Treasure & Kandawgyi Palace Hotel), ค้าไม้สัก, เหมือง (หยกและอัญมณี) และ IT/Telecom (Elite Tech) เป็นต้น โครงการใหญ่ที่ Htoo รับผิดชอบ เช่น งานก่อสร้างเมืองเนปีดอร่วมกับกลุ่ม Asia World และโทรศัพท์ 30 ล้านเลขหมาย 2) Max Myanmar Group เป็นกลุ่มที่มีสายธุรกิจหลากหลาย แต่มีชื่อเสียงในธุรกิจก่อสร้าง เช่น ไฮเวย์ต่างๆ และพัฒนาสู่ธุรกิจธนาคาร (Ayeyarwady Bank) โรงแรม (Royal Kumadara) โรงงานปูนซีเมนต์และเทรดดิ้งรถยนต์จากญี่ปุ่น ทาง Max เคยมีหุ้นอยู่ในโครงการท่าเรือทวาย แต่ถอนหุ้นออกมา 3) Kanbawza Group เป็นกลุ่มที่มีชื่อเสียงทางด้านการเงิน โดยธนาคาร KBZ เป็นธนาคารที่มีเครือข่ายสาขามากที่สุด โดยตั้งเป้าที่ 100 สาขาภายในปี 2556 และยังมีธุรกิจเหมือง (หยกและอัญมณี), สายการบิน(Mai & Air KBZ) และก่อสร้าง เป็นต้น KBZ Bank เป็นหนึ่งในสามธนาคารที่เซ็นสัญญากับ Visa ในการรับบัตรผ่านตู้เอทีเอ็ม 4) Asia World Group เป็นกลุ่มที่มีสายสัมพันธ์ค่อนข้างแนบแน่นกับกลุ่มธุรกิจจากประเทศจีน และมีท่าเรือเป็นของตนเองในย่างกุ้ง (Asia World Port Terminal) โดยเป็นกลุ่มที่มีชื่อเสียงในด้านการก่อสร้าง และเหมือง โครงการใหญ่ที่ Asia World Group รับผิดชอบ เช่น งานก่อสร้างเมืองเนปีดอร่วมกับ กลุ่ม Htoo และงานก่อสร้างเขื่อนโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 5) Yuzana Group เป็นกลุ่มที่เคยมีชื่อเสียงทางด้านธุรกิจโรมแรมและห้างสรรพสินค้ามาก แต่ปัจจุบันมุ่งเน้นการพัฒนาที่เกี่ยวเนื่องกับการเกษตรเป็นหลัก Yuzana เป็นกลุ่มที่มี Plam Plantation ที่ใหญ่ที่สุด และเป็นหนึ่งในสองกลุ่มธุรกิจที่มีโรงกลั่นเป็นของตนเอง


 


จากบทความที่ระบุว่า “นักธุรกิจอดีตนักโทษข้อหายาเสพติด” มอบให้นั้น จึงได้ตรวจสอบบัญชีพ่อค้ายาเสพติดในแผ่นดินพม่า สืบไปสืบมาเครือข่ายใหญ่โตที่สุด คงหนีไม่พ้น โล ซิง ฮัน (Lo Hsing Han) บุรุษผู้อื้อฉาวที่สุด ที่มีสายสัมพันธ์ใกล้ชิดกับรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าในอดีต และสหรัฐฯให้ฉายาและขึ้นบัญชีดำ "เจ้าพ่อเฮโรอีน” แห่งดินแดน “สามเหลี่ยมทองคำ” ศูนย์กลางการผลิตเฮโรอีนโลกมานานหลายสิบปี และเขาเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2556 อัตชีวประวัติ โล ซิง ฮัน (Lo Hsing Han) นั้น เดิมเป็นชาวจีนจากโกก้าง (Kokang) ตอนเหนือของรัฐฉาน ติดชายแดนจีน เกิดที่หมู่บ้านทาซูชิน เมื่อปี 2473 เข้าร่วมกับกองกำลังปฏิวัติโกก้าง ต่อมาได้แปรพักตร์เข้าร่วมกับรัฐบาลย่างกุ้งในปี 2506 และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากองกำลังอาสาสมัครที่เรียกในภาษาพม่าว่า "กาก่วยเย" (Ka Kwe Ye) กองกำลังประจำท้องถิ่น จุดประสงค์ในการก่อตั้งก็เพื่อให้เป็นหูเป็นตาแทนรัฐบาล เขาแสวงประโยชน์จากการค้าฝิ่น เมื่อทราบเรื่องรัฐบาลย่างกุ้งปลดเขาออกจากตำแหน่งและสั่งยุบหน่วยกาก่วยเย (Ka Kwe Ye) ในปี 2516 เขาจึงเข้าร่วมกับ กองทัพรัฐฉาน หรือ Shan State Army (SSA) ที่เคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลย่างกุ้งอยู่ในขณะนั้น โชคไม่ดีในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน เขาถูกทางการไทยจับกุม และส่งตัวให้กับรัฐบาลพม่า อีก 3 ปีต่อมา เขาถูกตัดสินประหารชีวิตในข้อหาเป็นกบฎ แต่ได้รับการอภัยโทษในปี 2523 หลังจากนั้นได้เข้าไปเป็นตัวกลางให้กับรัฐบาลย่างกุ้งเพื่อเจรจากับพรรคคอมมิวนิสต์พม่า(Communist Party of Burma-CPB) ในปี 2532 กระทั่งทำให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ ต่อมาพรรคคอมมิวนิสต์พม่า (CPB) ประกาศเลิกล้มการต่อสู้ เนื่องจากถูกตัดการสนับสนุนจากจีน ทิ้งให้นายทหารระดับสูงพร้อมด้วยพลพรรคอยู่ในภาวะถูกลอยแพ กระจัดกระจายตามแนวชายแดน เช่น KIA MNDAA UWSA NDAA SSA-N เป็นต้น กลุ่มเหล่านี้ได้เปลี่ยนกองกำลังปฏิวัติมาเป็นกองกำลังที่ต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของชนชาติ และหารายได้มาเลี้ยงกองกำลังจากการค้ายาเสพติด พล.ท.ขิ่นญู้น ผู้บัญชาการสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติในขณะนั้น จึงพยายามสร้างพันธมิตรกับกองกำลังเหล่านี้ ในที่สุดตัวละครอย่าง โล ซิง ฮัน จึงถูกเลือกมาใช้งานเพื่อทำหน้าที่ดังกล่าวราวกับภาพยนตร์เรื่อง Lord of War


 


ในช่วงเวลาดังกล่าวนั้น โล ซิง ฮัน สร้างความรุ่งโรจน์ของเงินตราและทรัพย์สินขึ้นมาจากการค้ายาเสพติดเต็มรูปแบบ โดยร่วมมือกับ เผิง จา ชิน (Pheung Kya-shin) และ เผิง จา ฟู (Pheung Kya-fu) อดีตนายทหารของพรรคคอมมิวนิสต์พม่า(CPB) โล ซิง ฮัน นำรายได้จากการค้ายาเสพติดไปทำธุรกิจในเมืองหลวง นับเป็นการต่อยอดและ "ฟอกเงิน" ที่ชาญฉลาด เขาสร้างความสนิทสนมกับนายทหารระดับสูงของรัฐบาลเผด็จการทหารผ่านส่วยและผลประโยชน์ร่วม จนสามารถผลักดันธุรกิจไปสู่ความสำเร็จอย่างกว้างขวางและใหญ่โต กระทั่งกลายเป็นแบบอย่างให้กับนักค้ายาเสพติดในยุคต่อๆ มาที่อยากเดินตามรอยเท้าของเขามากมาย หนึ่งในจำนวนนั้นคือ "ขุนส่า" นั่นเอง


 


นายจาง ซี ฟู หรือ นายจันทร์ จางตระกูล หรือ ขุนส่า อดีตผู้นำกองทัพเมืองไต(Mong Tai Army – MTA) และเป็นราชายาเสพติดระดับโลก เฮโรอีนผลผลิตส่งออกสำคัญของขุนส่าสร้างความเสียหายต่อประชาคมโลกอย่างรุนแรงกว้างขวาง รัฐบาลสหรัฐฯที่มีพลเมืองติดยาเสพติดชนิดนี้จำนวนมากเคยตั้งรางวัลนำจับขุนส่า 2,000,000 ดอลลาร์ ขณะที่ในปี 2532 ศาลนิวยอร์กมีคำพิพากษาให้ขุนส่ามีความผิดฐานส่งเฮโรอีนเข้าสหรัฐฯ และออกหมายจับเพื่อขอให้ชาติที่เกี่ยวข้องส่งตัวขุนส่ามาขึ้นศาลสหรัฐฯ ขุนส่ากลายเป็นอาชญากรคนสำคัญของโลกที่สหรัฐฯต้องการตัวมากที่สุดคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามในปี 2539 ขุนส่าสร้างข่าวใหญ่ไปทั่วโลก เมื่อตัดสินใจตกลงสวามิภักดิ์ วางอาวุธ มอบตัว สลายกองทัพเมืองไต(MTA) กับรัฐบาลทหารพม่า รัฐบาลทหารพม่ายอมนิรโทษกรรมและไม่ส่งตัวไปขึ้นศาลสหรัฐฯให้ที่พักอาศัยอยู่ในกรุงย่างกุ้ง (Yangon) เมืองหลวงของพม่า จนกระทั่งปิดฉากชีวิตลงในคืนวันที่ 28 ตุลาคม 2550


 


ในปี 2535 โล ซิง ฮัน ได้ก่อตั้งธุรกิจ Asia World ที่กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดของพม่าในปัจจุบัน เติบโตขึ้นจากสัญญาสัมปทานจำนวนมากมายจากรัฐบาลทหาร ทั้งการก่อสร้างท่าเรือ ทางหลวง และอาคารสำนักงานของรัฐบาล ขณะเดียวกัน Asia World ก็เป็นกลุ่มทุนสนับสนุนรัฐบาลทหารไปในตัว


 


พม่าเป็นผู้ผลิตฝิ่นรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รองจากอัฟกานิสถาน หรือมีสัดส่วนเป็น 10% ของการผลิตทั้งหมดของโลก ตามรายงานของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า ยาเสพติดเป็นสินค้าส่งออก ที่ทำรายได้ที่มากที่สุดในพม่า และทำไมรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าจึงไม่ปราบปรามและทำลายเศรษฐกิจที่ไหลเวียนในกระเป๋าของตนเอง ในปี 2535 โล ซิง ฮัน ได้ก่อตั้งธุรกิจ Asia World ที่กลายเป็นหนึ่งในกลุ่มธุรกิจที่ร่ำรวยที่สุดของพม่า ที่เติบโตขึ้นจากสัญญาสัมปทานจำนวนมากมายจากรัฐบาลทหารพม่า ขณะเดียวกัน Asia World ก็เป็นกลุ่มทุนสนับสนุนรัฐบาลทหารพม่าไปในตัว แม้ God Farther เจ้าพ่อรุ่นใหญ่จะจากไปแล้ว แต่เครือข่ายอิทธิพลพวกนี้ยังดำรงอยู่ สตีเวน ลอ (Steven Law) หรือ ทุน มิ้นไหน่ (Htun Myint Naing) หรือโล ผิง ซ้ง (Lo Ping Zhong) ที่ถูกจับตามานาน เพราะเขาเป็นบุตรชายของราชันย์ยาเสพติดชื่อก้องโลก โล ชิง ฮัน ร่วมรุ่นกับ ขุนส่า-จางซีฟู แต่โลชิงฮันอายุยืนกว่าขุนส่า เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา แล้วก็มีทายาทสืบทอดอย่างยิ่งใหญ่ ส่วนขุนส่านั้นจบตำนานของตนไปแบบไม่มีอะไรเหลือไว้ เขาเป็นผู้มีบารมีที่สุดคนหนึ่งที่คอยเดินตามคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของ ประธานาธิบดี ถิ่น จ่อ เขาเป็นผู้อำนวยการบริหารกลุ่มธุรกิจ Asia World ในปัจจุบัน ความรุ่งโรจน์เหล่านั้นข้ามพ้นเพดานดินแดนพม่า เมื่อ สตีเวน ลอว์ แต่งงานกับนักธุรกิจสาวชาวสิงคโปร์ เงินทุนสีเทาจากอดีตผนวกกับเงินทุนใหม่ถูกยักย้ายถ่ายเทสู่โลกธุรกิจตะวันตก รวมทั้งสู่ตลาดหุ้นของประเทศต่างๆ สิงคโปร์ซึ่งพัฒนาตัวเองสู่ความเป็นศูนย์กลางตลาดทุนในเอเชียถูกวิจารณ์ว่า เป็นแหล่งฟอกเงินให้กับพ่อค้ายาเสพติดและเผด็จการคอร์รัปชั่นในภูมิภาคไปโดยปริยาย เมื่อปี 2551 จอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เคยประกาศคว่ำบาตรบริษัทธุรกิจ 10 แห่งของชาวสิงคโปร์ ที่มีสายสัมพันธ์โยงใยกับราชายาเสพติดที่โลกรู้จักดีและเป็นฐานการเงินให้แก่คณะรัฐบาลเผด็จการทหารที่ปกครองพม่า เป้าหมายใหญ่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ในครั้งนั้นคือ ซีซิเลีย อึง (Cecilia Ng) ภรรยาของสตีเวน ลอว์!


 


สำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างประเทศ หรือ OFAC (Office of Foreign Assets Control) กล่าวหาว่า บริษัทธุรกิจ 10 แห่ง รวมทั้งบริษัทการค้าและการลงทุนที่มีชื่อเสียงอย่าง Golden Aaron Pte Ltd ซึ่งมี ซีซิเลีย อึง พลเมืองสิงคโปร์เป็นเจ้าของ เป็นฐานสนับสนุนทางการเงินสำคัญแก่ระบอบเผด็จการทหารพม่า นอกจากนั้น กลุ่มบริษัทดังกล่าวยังมีชื่อร่วมอยู่ในกลุ่มบริษัทที่เซ็นสัญญาเพื่อสำรวจน้ำมันและก๊าซธรรมชาติกับรัฐบาลทหารพม่าด้วยเช่นกัน กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ยังระบุชื่ออีก 9 บริษัทของ ซีซิเลีย อึง ซึ่งครอบคลุมธุรกิจ อุตสาหกรรมและบริการอย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ด้านบริการการเงิน อสังหาริมทรัพย์ อาหาร จนถึงการค้าทั่วไป ซึ่งได้แก่บริษัท G A Ardmore Pte Ltd, G A Capital Pte Ltd, G A Foodstuffs Pte Ltd, G A Land Pte Ltd, G A Resort Pte Ltd, G A Sentosa Pte Ltd, G A Treasure Pte Ltd, G A Whitehouse Pte Ltd และ S H Ng Trading Pte Ltd


 


ขณะที่ทางการสิงคโปร์ปฏิเสธเสียงแข็งในขณะนั้นว่า ไม่เคยอนุญาตให้ธนาคารสิงคโปร์แห่งใดเก็บทรัพย์สินหรือเป็นตัวกลางในการถ่ายโอนทรัพย์สินเงินทองของกลุ่มผู้ปกครองในพม่าแต่อย่างใด นอกจากมาตรการขึ้นบัญชีดำ สตีเวน ลอว์ และภรรยาชาวสิงคโปร์ของเขาแล้ว ล่าสุดยังมีการขึ้นบัญชีดำบริษัทโรงแรมและการท่องเที่ยวอีก 2 แห่ง คือ Aureum Palace Hotels and Resorts กับ Myanmar Treasure Resorts ของกลุ่มตู (Htoo Group) อันเป็นอาณาจักรธุรกิจของ อู เต่ ซะ(U Tay Za) มหาเศรษฐีใหญ่เจ้าของสายการบินแอร์พุกามหรือแอร์บากาน (Air Bagan) และ AGB Bank ครอบครัวของ อู เต่ ซะ สนิทสนมกับ พล.อ.หม่องเอ พวกเขาได้งานจากรัฐและยังเป็นนายหน้าจัดซื้ออาวุธให้กับกองทัพพม่า ชื่อของเขาก็เป็นหนึ่งในรายงานของสถานทูตสหรัฐฯว่าด้วยเครือข่ายธุรกิจที่ใกล้ชิดกับอำนาจทหารผู้ปกครองพม่า ที่เคยหลุดออกมาในวิกิลีกส์ หลังจากปลายปี 2550 สหรัฐฯได้ขึ้นแบล็กลิสต์ อู เต่ ซะ(U Tay Za) กับบริษัทธุรกิจของกลุ่ม Htoo Group จำนวน 3 แห่งที่มีสำนักงานในสิงคโปร์ จนสายการบินแอร์พุกามต้องยุติการบินเส้นทางย่างกุ้ง-สิงคโปร์ อู เต่ ซะ (U Tay Za) ยังเป็นผู้บริจาครายใหญ่ให้กับคอนเสิร์ตหาเงินของพรรค NLD ถึง 40 ล้านจั๊ต หรือราว 47,000 ดอลลาร์ (1.64 ล้านบาท) และนั่นก็ไม่ใช่ก้อนแรกหรือก้อนเดียว ภรรยาของ อู จ่อ วิน เจ้าของทีวีสกายเน็ต ที่มีสายสัมพันธ์กับทหารก็บริจาค 41.5 ล้านจั๊ต ประมูลเสื้อถักไหมพรมฝีมือของนางอองซาน ซูจีมาครอง


 


กลุ่ม Max Myanmar Group อู ซอ ซอ (U Zaw Zaw) หนุ่มไฟแรงเจ้าของเครือธุรกิจ Max Group กิจการของเหล่านักธุรกิจใหญ่แต่ละรายครอบคลุมเซ็กเมนท์ธุรกิจเกือบจะครบวงจร มีทั้งธนาคาร บริษัทก่อสร้าง โรงแรม สายการบิน เหมืองและอัญมณี เป็นธุรกิจแถวหน้า ใครไปพม่าจะเห็นเครือข่ายปั๊มน้ำมัน MAX สีแดงโดยทั่วไปตามถนนสายสำคัญ นี่เป็นหนึ่งกิจการในเครือของเขา นอกจากนั้นยังมีกิจการตัวแทนขายเครื่องจักรกลหนัก การเกษตรขนาดใหญ่ และที่เหมือนๆ กับบิ๊กธุรกิจอื่นของพม่า ก็คือ กิจการก่อสร้าง ที่ไว้รับงานจากรัฐบาล อู ซอ ซอ (U Zaw Zaw) คนนี้ยังมีตำแหน่งเป็นนายกสมาคมฟุตบอลของพม่า และสนิทสนมกับหลานชาย พล.อ. อาวุโส ตาน ฉ่วย แบบไม่ต้องปิดบังหรือเกรงใจสาธารณะ เคยเป็นเจ้าภาพควักเงินจัดงานวันเกิดหรูหราให้กับ เน ฉ่วย ทวย อ่อง หลานชายเพลย์บอยไฮโซสุดหล่อ แค่คืนเดียวราว 25,000 ดอลลาร์


 


พล.ท. มิ้น ส่วย (U Myint Swe) รองประธานาธิบดีคนที่หนึ่งจากพรรค USDP อดีตนายทหารระดับสูงกองทัพพม่า เข้ามาดำรงตำแหน่งการเมืองก็จริง แต่เกี่ยวข้องกับเงินธุรกิจมหาศาล ถ้าจำเรื่องอื้อฉาว ปานามาลีกส์ ได้ มิ้น ส่วย คนนี้มีชื่อไปเกี่ยวข้องกับการโอนเงินโพ้นทะเลในเกาะฟอกเงินด้วยคนหนึ่ง


 


นางอองซาน ซูจี เยือนสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14-15 กันยายน 2559 ได้รับของขวัญชิ้นใหญ่กลับมา นั่นก็คือ การประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่โดยเฉพาะด้านการค้าหยกและอัญมณี รวมถึงการปลดล็อกบัญชีดำนักธุรกิจและกิจการค้า ที่เคยถูกกล่าวหาว่าพัวพันกับอำนาจปกครองฝ่ายทหารอีกกว่า 100 รายชื่อ นี่เป็นเรื่องใหญ่มากในมิติเศรษฐกิจ ผลจากการปลดล็อกครั้งนี้ จะทำให้เศรษฐกิจพม่าทะยานเป็นพยัคฆ์ติดปีกขึ้นไปอีก เพราะเปิดโอกาสให้ทุนจากอเมริกาเข้าไปในพม่าแบบไม่ต้องมีข้อจำกัด รายชื่อนักธุรกิจ-นักการเมืองคนสำคัญ ที่ได้รับอานิสงส์นี้ที่ สื่อต้องกล่าวถึง 6 ธุรกิจสำคัญในเครือ Asia World ของ สตีเวน ลอว์ ที่กุมกลไกทางเศรษฐกิจสำคัญของพม่า ทั้งการค้า การขนส่ง และการคมนาคม จึงเป็นที่ตั้งข้อสังเกตว่า สหรัฐฯ อาจเพราะประเมินอิทธิพลของเจ้าพ่อวงการธุรกิจของพม่ารายนี้ต่ำเกินไป


 


ข้อมูลจากเว็บไซต์วิกิลีกส์เปิดเผยเอกสารจากทางการสหรัฐ ระบุถึง สตีเวน ลอว์ ว่า เป็นบุคคลที่รู้จักกันในแวดวงธุรกิจของพม่า ในฐานะเจ้าพ่อธุรกิจรายใหญ่ (Regime"s Top Crony) ในสมัยรัฐบาลทหารของพม่า โดยบริษัท Asia World ของเขาประสบความสำเร็จในด้านการก่อสร้างและค้าขายมากที่สุดในประเทศ เขาและภรรยายังถือหุ้นจำนวนมากให้อาคารสำนักงาน โรงแรม และซูเปอร์มาร์เก็ตจำนวนมากในนครย่างกุ้ง และยังมีธุรกิจที่มีผลประโยชน์ในสิงคโปร์ ไทย และจีน โดยเฉพาะท่าเรือ Asia World ที่อยู่ใกล้กับนครย่างกุ้ง ศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ท่าเรือดังกล่าว มีบรรษัทด้านการขนส่งข้ามชาติใช้ท่าเรือของเขาเป็นจำนวนมาก เนื่องจากอยู่ใกล้ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและทันสมัย เมื่อก่อนหน้า Asia World ยังได้สัมปทานจากรัฐบาลพม่ามูลค่า 300 ล้านดอลลาร์ ให้เข้ามาพัฒนาสนามบินนานาชาติประจำนครย่างกุ้ง นอกจากนี้ยังได้สัมปทานเส้นทางด่วนในประเทศที่มีผลประโยชน์มหาศาล และยังเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทที่ร่วมลงทุนสร้างเมืองใหม่อย่าง “เนปีดอ” ให้กับรัฐบาลเพื่อเป็นศูนย์กลางประเทศในปัจจุบัน ตัวแทนจากบริษัทขนส่ง MOL Myanmar อย่างนายทัตสึยะ อุเอกิ ระบุว่า "ลูกค้าของเราไม่อยากรับความเสี่ยงจากการถูกแซงก์ชั่นการใช้ท่าเรือของ สตีเวน ลอว์ แต่ถ้าหากการแซงก์ชั่นท่าเรือของ Asia World ได้รับการยกเลิกเป็นการถาวรจากรัฐบาลสหรัฐฯ จะทำให้การดำเนินธุรกิจของเราง่ายขึ้นมาก" เรื่องนี้สะท้อนถึงผลกระทบจากการแซงก์ชั่นกิจการของ สตีเวน ลอว์ ต่อกิจกรรมทางธุรกิจในพม่า นี่คือผลที่รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้ประเมิน เพราะพวกเขามีอำนาจควบคุมสาธารณูปโภคพื้นฐาน ที่อาจส่งผลกับการค้า การดำเนินธุรกิจของประชาชนคนทั่วไปในประเทศ แม้แต่รายงานจากวอลล์สตรีตเจอร์นัล ยังระบุว่า ตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่าในปี 2555 บริษัทของพม่าที่ติดแบล็กลิสต์ของทางการสหรัฐฯได้ปรับตัวครั้งสำคัญ และได้เข้าไปมีอิทธิพลในภาคธุรกิจของพม่ามากขึ้น สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับผลลัพธ์ที่สหรัฐฯต้องการ เพราะโครงสร้างอำนาจนิยมแบบอุปถัมภ์ยังคงดำเนินต่อไป ภายหลังรัฐบาล(NLD) เข้ามาแทนที่รัฐบาลกึ่งพลเรือน(USDP) ผ่านการเลือกตั้งทั่วไป Asia World ได้เริ่มเดินเกมเข้าไปสานสัมพันธ์กับพรรครัฐบาล NLD อย่างต่อเนื่อง ในงานฉลองครบรอบ 20 ปี ของท่าเรือบริษัท Asia World มีรายงานว่า สตีเวน ลอว์ ได้ร่วมโต๊ะอาหารกับ ถิ่น อู ผู้สนับสนุนหลักของพรรค NLD และได้มีการหารืออย่างลับๆ นอกจากนี้ เขายังปรากฏตัวในงานของรัฐบาล NLD หลายครั้ง ในคราวนั้น ซานดาร์ มิน โฆษกคณะกรรมการด้านการเงิน การวางแผน กิจการเศรษฐกิจ และสมาชิกพรรค NLD ได้ออกมาปฏิเสธว่า "รัฐบาลและสตีเวน ลอว์ ไม่มีความสัมพันธ์กันไม่ว่าด้านใด" และการเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนั้น เป็นงานอย่างเป็นทางการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่โฆษกพรรค NLD ยอมรับกับสื่อพม่าเต็มปากเต็มคำว่า พรรคNLDของพวกเขาได้รับเงินบริจาคจากแหล่งที่ไม่เปิดเผยชื่อ เขาบอกว่าทางพรรคคิดจะเปิดเผยออกมา แต่จนแล้วจนรอดบัดนี้ก็ยังไม่ได้เปิดเผย อันที่จริงวงการข่าวสารโดยเฉพาะการข่าวของตะวันตกก็รู้มาก่อนแล้วว่า ธุรกิจใหญ่ๆ ที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับทหารแอบตีสองหน้า ช่วยพรรค NLD ผูกสัมพันธ์กับนางอองซาน ซูจี มานานแล้ว ดังนั้น เรื่องที่เป็นข่าวใหญ่วันก่อน หนังสือพิมพ์ Daily Eleven พูดถึงความล้มเหลวในการปราบปรามการคอร์รัปชั่นของรัฐบาล(NLD) เนื่องจากระบบทุนนิยมอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกในแผ่นดินพม่า มาตั้งแต่ยุคเผด็จการทหาร และปัจจุบันไม่อาจต้านทานทำลายโครงสร้างดังกล่าวลงได้ และระบุว่า มีนักการเมืองสวมนาฬิกา Patek Philippe ราคาแสนดอลลาร์ ที่พ่อค้ายาเสพติดมอบให้! อาจจะนับเป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของสังคมคอร์รัปชั่นในพม่า ในการออกมารับหน้าเสื่อปกป้องผู้รับตัวจริงของมุขมนตรีแห่งนครย่างกุ้งจากในครั้งนี้ จึงน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง มุขมนตรีคนไหน ใครกันแน่ ที่สวมนาฬิกา Patek Philippe ราคาแสนดอลลาร์! จากพ่อค้ายาเสพติดนักฟอกเงินผู้ยิ่งใหญ่ในแผ่นดินพม่า พวกเขากำลังทำธุรกิจการเมือง บนซากศพของชนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในพม่าและยาเสพติดจำนวนมหาศาลถูกสนับสนุนโดยรัฐบาลใช่หรือไม่ วันนี้ประเทศพม่า จะเดินไปทางไหนกัน? ทุนและผลประโยชน์ ธุรกิจ ไม่มีฝักฝ่าย ไม่มีขั้ว สิ่งใดที่เคยเป็นข้ออ้างมากมายของการตั้งข้อรังเกียจ เมื่อเวลามาถึง ก็จะมีข้ออ้างและเหตุผลใหม่ที่จะร่วมหัวจมท้ายกันอย่างแน่นอน.

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น