กลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ กองทัพกอบกู้โรฮิงญาแห่งอาระกัน (ASRA)

ผู้ที่ติดตามข่าวการก่อการร้ายมาตลอดคงจะทราบว่า คนสัญชาติซาอุดีอาระเบียไปลงหลักปักฐานต่อสู้กับตะวันตกอยู่ในหลายภูมิภาค การสนับสนุนขนาดใหญ่ถูกส่งจากซาอุดีอาระเบียไปยังกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์หลายประเทศ อาทิ อัฟกานิสถาน ไนเจอร์ ไนจีเรีย ฯลฯ กลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ “ญามาอัต-อุล-มูญาฮิดีน” ในบังกลาเทศ ซึ่งก่อตั้งเมื่อปี 1998 มีจุดมุ่งหมายสูงสุดที่จะเปลี่ยนดินแดนแห่งนี้ให้กลายเป็นรัฐอิสลาม กลุ่มเครือข่ายองค์กรรัฐอิสลาม (IS) กลุ่มของ “เราะห์มาน” ซึ่งมีนามแฝงว่า “อิบน์ ฮัมดาน” ที่ต้องการจัดตั้งเครือข่าย “อัลกออิดะห์” ภายในบังกลาเทศและพม่า กลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ "ฮาราคาห์ อัล-ยาคิน" ซึ่งมี “อะตา อัลลาห์” เป็นผู้นำกลุ่ม อะตา อัลลาห์ เป็นชาวมุสลิมโรฮิงญา เกิดในกรุงการาจี ประเทศปากีสถาน แต่ไปเติบโตในประเทศซาอุดิอาระเบีย ได้รับการสนับสนุนจากชาวมุสลิมโรฮิงญากว่า 20 คน ใช้เวลาอย่างน้อย 2 ปี ฝึกรบแบบกองโจรและฝึกฝนเกี่ยวกับวัตถุระเบิด มีประสบการณ์การต่อสู้ในต่างประเทศ อะตา อัลลาห์ เป็นนามแฝง ชื่อจริงของเขาคือ “ฮาฟิซ โตฮาร์” หลังเหตุโจมตีด่านชายแดนในรัฐยะไข่ ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 9 ราย ทางการพม่าได้กล่าวหาว่า ฮาฟิซ โตฮาร์ คือผู้อยู่เบื้องหลังเหตุความไม่สงบในครั้งนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากซาอุดิอาระเบียและได้รับการฝึกจากกลุ่มตอลิบานในปากีสถาน
กองทัพกอบกู้โรฮิงญาแห่งอาระกัน (ASRA) กำเนิดขึ้นจากความรุนแรงข้ามศาสนาที่สร้างความแตกแยกในรัฐยะไข่ ระหว่างชุมชนชาวพุทธกับชุมชนชาวมิสลิม เมื่อปี 2012 และทำให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาหลายแสนคนต้องใช้ชีวิตในค่ายอพยพภายในประเทศจนถึงบัดนี้ กลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์จากตะวันออกกลางมาตั้งฐานปฏิบัติการอยู่ในพม่า ขณะที่ ICG ระบุว่า ผู้นำกลุ่มฮาราคาห์ อัล-ยาคิน คือ “ อะตา อัลลาห์ “ ชาวมุสลิมโรฮิงญาที่ปรากฎตัวในคลิปวีดีโอหลายชิ้นที่โพสลงบนสื่อสังคมออนไลน์ แต่หน่วยข่าวกรองพม่าได้ออกมาปฏิเสธในเรื่องดังกล่าว วันนี้รัฐบาลพม่าได้ออกมายอมรับแล้วว่า กลุ่มฮาราคาห์อัล ยาคิน ที่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ในซาอุดีอาระเบีย มาลงหลักปักฐานในรัฐยะไข่ และออกปฏิบัติการหลายครั้งตั้งแต่หลังเหตุการณ์เมื่อปี 2012 ต่อมาเมื่อเดือนตุลาคม 2015 กองกำลังติดอาวุธ กองทัพกอบกู้โรฮิงญาาแห่งอาระกัน (ASRA) เคยประกาศว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีด่านตำรวจตระเวนชายแดนของพม่าในรัฐยะไข่ รัฐบาลพม่า (NLD) กล่าวโทษกลุ่มนี้ว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ที่ผู้นำของกลุ่มได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากตะวันออกกลาง และได้รับการฝึกฝนจากกลุ่มตอลิบัน กองทัพพม่า (Tatmadaw) เปิดฉากปฏิบัติการปราบปรามอย่างรุนแรง ส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาหลายหมื่นคนอพยพหนีข้ามแดนเข้าไปในบังกลาเทศ
วันที่ 29 มีนาคม 2560 มีแถลงการณ์ของกองทัพกอบกู้โรฮิงญาแห่งอาระกัน (ASRA) ที่ส่งต่อกันอย่างแพร่หลายในหมู่นักเคลื่อนไหวชาวโรฮิงญาภายนอกประเทศพม่า อ้างว่า กลุ่มของพวกเขาทำไปเพื่อ ปกป้อง กอบกู้ และคุ้มครองประชาคมชาวโรฮิงญาในรัฐอาระกัน (ยะไข่) และระบุว่า "เรามีสิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ในอันที่จะปกป้องพวกเราภายใต้หลักการของการป้องกันตนเอง" และปฏิเสธว่าพวกเขาไม่ได้เชื่อมโยงกับลัทธิก่อการร้าย แต่พวกเขากำลังต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของชาวโรฮิงญา รวมถึงสิทธิความเป็นพลเมือง และกู้ดินแดนของบรรพบุรุษกลับคืน และพวกเขายังเรียกร้องประชาคมระหว่างประเทศให้ใช้ มาตรการที่จำเป็น รวมถึงการส่งกองกำลังรักษาสันติภาพเข้ามายังรัฐอาระกัน แต่แถลงการณ์ฉบับนี้ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าออกจากที่ใด จากคำแถลงลงนามโดย อะตา อัลลาห์ ผู้บัญชาการสูงสุด กองทัพกอบกู้โรฮิงญาแห่งอาระกัน (ASRA)
การเกิดขึ้นของกลุ่มที่เห็นได้ชัดว่า มีทุนสนับสนุน และได้รับการจัดการอย่างดี เป็นตัวเปลี่ยนเกมในความพยายามของรัฐบาลพม่าที่จะจัดการกับความท้าทายอันซับซ้อนในรัฐยะไข่ การตอบโต้ด้านความมั่นคงอย่างหนักของกองทัพพม่า ดูเหมือนจะผลักดันให้เกิดการโจมตีหรือการตอบโต้ที่อันตราย และเพิ่มความคิดต่างแบบสุดขั้วขยายตัวขึ้นในหมู่ชนกลุ่มน้อยชาวมุสลิม จะกลายเป็นปัจจัยผลักสมาชิกของกลุ่มเข้าไปอยู่ในมือของกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ที่มาจากตะวันออกกลางพวกนี้ ที่ใช้คำว่า “พวกนี้” เพราะเชื่อว่ามีหลายกลุ่มติดอาวุธอิสลามิสต์ ที่จะทยอยกันเข้ามาสู่พื้นที่เป้าหมายแน่นอน

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น