องค์กรภาคประชาสังคมในเมียนมา 195 องค์กร เรียกร้องให้กองทัพอาระกัน (AA) ปกป้องชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ หลังถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน
ภาพถ่ายดาวเทียมเมืองบูตีต่องเมื่อวันที่
18 พฤษภาคม 2024
องค์กรที่เคลื่อนไหวปฏิวัติการเมืองในเมียนมาและองค์กรภาคสังคมในเมียนมา
195 องค์กร ออกแถลงการณ์ร่วมที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2024 มีใจความสำคัญระบุว่า แม้ทางผู้นำสหสันนิบาตแห่งอาระกัน/กองทัพอาระกัน
(United League of Arakan/Arakan
Army: ULA/AA) ได้ให้สัญญาว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับการสังหารนอกกระบวนการยุติธรรมหรือการจับกุมชาวโรฮีนจา แต่ขณะนี้พบว่าทหารของกองทัพอาระกัน
(Arakan Army: AA) กำลังละเมิดสัญญาดังกล่าวในพื้นที่ ทั้งนี้ในแถลงการณ์อ้างว่า มีรายงานการสังหารหมู่ การจับกุม และการสังหารชาวโรฮีนจาในชุมชนตั่นจ๊อกเค
และชุมชนยวดหน่วยเต่า ในเมืองบูตีต่อง และที่ชุมชนตะเยโต้ก ทางตอนเหนือของเมืองหม่องตอในเดือนเมษายนและพฤษภาคม โดยกองทัพอาระกัน (Arakan Army: AA) ยังเผาและทำลายบ้านเรือนของพลเรือนชาวโรฮีนจาในเมืองบูตีต่องในคืนวันที่ 17 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยองค์กรต่างๆ ระบุว่า
เหตุการณ์ดังกล่าวนั้นถือเป็นอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ขณะที่กองทัพอาระกัน (Arakan Army: AA) สามารถยึดเมืองบูตีต่องเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา
หลังจากยึดฐานยุทธศาสตร์และฐานปฏิบัติการทางทหารของเมียนมาที่เหลือในเมืองดังกล่าวได้ อย่างไรก็ตาม
กองทัพอาระกัน (Arakan
Army: AA) ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่เป็นความจริง โดยระบุว่า บ้านเรือนของพลเรือนชาวโรฮีนจาที่ถูกไฟไหม้นั้นเพราะถูกกองทัพเมียนมาโจมตีทางอากาศ
ซึ่งข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นต้องการทำลายความปรองดองและความร่วมมือกันในสังคม
และเป็นการโฆษณาเพื่อปลุกปั่นให้เกิดความรุนแรงทางเชื้อชาติและศาสนาของรัฐบาลทหารเมียนมา โดยทางสหสันนิบาตแห่งอาระกัน/กองทัพอาระกัน
(United League of
Arakan/Arakan Army: ULA/AA) นั้นได้ปฏิบัติตามหลักการต่อสู้ของตนอย่างเคร่งครัดภายใต้หลักจรรยาบรรณของกองทัพ
และไม่เคยมุ่งเป้าไปยังสิ่งที่ไม่ใช่ทางทหาร นอกจากนี้ ยังได้ช่วยเหลือผู้คนอพยพไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ในแถลงการณ์ร่วมขององค์กรที่เคลื่อนไหวปฏิวัติการเมืองในเมียนมาและองค์กรภาคสังคมในเมียนมา 195 องค์กร ยังเรียกร้องให้กองทัพอาระกัน
(Arakan Army: AA) ดำเนินการสอบสวนภายในเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ถูกกล่าวหา
และดำเนินการกับผู้กระทำความผิด หากมีการก่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชาวโรฮีนจาจริง ซึ่งรัฐบาลทหารเมียนมากดขี่ข่มเหงที่ทารุณโหดร้ายทรมาน และได้ทำการสังหาร การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์
และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติต่อชาวโรฮีนจามาโดยตลอด ปัจจุบันภายใต้กฎหมายการเกณฑ์ทหารที่ประกาศใช้เมื่อเร็วๆ นี้ กองทัพเมียนมาได้ใช้กำลังลักพาตัวชาวโรฮีนจาและส่งพวกเขาไปยังสนามรบแนวหน้า
และใช้เป็นโล่มนุษย์ รวมถึงใช้เป็นทหารเพื่อสร้างความรุนแรงในนามของพวกเขา
รวมถึงการเผาบ้านเรือนของชาวยะไข่มากกว่า 200 หลังในเมืองบูตีต่อง นอกจากนี้ องค์กรที่ร่วมออกแถลงการณ์ได้ระบุว่า รัฐบาลทหารเมียนมาบังคับให้ชาวโรฮีนจาที่อาศัยอยู่ในค่ายผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ
(Internally Displaced
Persons: IDPs) ในเมืองบูตีต่องและเมืองซิตเตฺว่ เข้าร่วมประท้วงต่อต้านกองทัพอาระกัน (Arakan Army: AA) องค์กรเหล่านี้กล่าวหาว่ารัฐบาลทหารเมียนมาส่งเสริมความเข้าใจผิดของประชาชนชาวโรฮีนจา เพื่อสร้างความขัดแย้งทางชาติพันธุ์ ทั้งนี้
มีชาวโรฮีนจามากกว่า 700,000 คน หลบหนีออกจากรัฐยะไข่ไปยังบังกลาเทศเมื่อปี 2017 หลังจากที่กองทัพเมียนมากวาดล้างชาติพันธุ์โรฮีนจาอย่างโหดร้าย บรรดาผู้ที่หลบหนีกล่าวว่า
ชาวโรฮีนจาตกเป็นเป้าวิสามัญฆาตกรรม
ข่มขืน และบ้านเรือนถูกลอบวางเพลิงโดยกองกำลังความมั่นคงของทางการเมียนมา ผู้สืบสวนสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติเพื่อดำเนินการตรวจสอบข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการฆาตกรรม
การข่มขืน และทรมาน โดยกองทัพเมียนมาต่อชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ กล่าวว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีเจตนาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวโรฮีนจา ความปลอดภัยของทุกคนในรัฐยะไข่เป็นเรื่องที่น่ากังวลใจเป็นอย่างยิ่งในช่วงระหว่างนี้
ที่การต่อสู้อันดุเดือดระหว่างกองทัพเมียนมาและกองทัพอาระกัน (Arakan Army: AA) ชาวโรฮีนจาที่ถูกกดขี่และถูกแสวงประโยชน์จำเป็นต้องได้รับความคุ้มครอง
และจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องป้องกันการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อีกครั้ง
องค์กรภาคสังคมของเมียนมาระบุในแถลงการณ์เรียกร้องให้สาธารณชนรับรู้ว่า
มีบางกลุ่มติดอาวุธชาวโรฮีนจา เช่น กองทัพกอบกู้โรฮีนจาแห่งอาระกัน (Arakan Rohingya
Salvation Army: ARSA)
กองทัพอาระกันโรฮีนจา (Arakan Rohingya Army: ARA) และองค์กรสมานฉันท์โรฮีนจา (Rohingya Solidarity
Organization: RSO)
ซึ่งกำลังร่วมมือกับรัฐบาลทหารเมียนมา
ไม่ได้เป็นตัวแทนของชาวโรฮีนจาทั้งหมด




แสดงความคิดเห็น
0 ความคิดเห็น