จีน จับมือ พรรคสหรัฐว้า/กองทัพสหรัฐว้า (UWSP/UWSA) ล้างบาง แก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนและเครือข่าย แก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ

 




วันที่ 6-7 กันยายน 2023 ที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนในอำเภอปกครองตนเองชนชาติไต ลาหู่ และว้า เมิ่งเหลียน ของนครผูเอ่อ มณฑลยฺหวินหนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ประสานงานบังคับใช้กฎหมายข้ามพรมแดนกับกองบัญชาการตำรวจของกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์พื้นเมืองของเมียนมา (Myanmar’s Ethnic Armed Organizations) พรรคสหรัฐว้า/กองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Party/United Wa State Army: UWSP/UWSA) ในเมืองปั่นซาน (ภาษาถิ่นเรียกว่าป๋างซาง) เมืองเอกของ ภูมิภาคปกครองตนเองว้า (Wa Self-Administered Division: Wa SAD) หรือ สหรัฐว้า (United Wa State) ในการปราบปรามแก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยบูรณาการร่วมกัน สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีนได้ 1,207 ราย และยังได้ยึดสิ่งของต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ซิมการ์ดมือถือ โทรศัพท์มือถือ เงินสด บัญชีธนาคารเป็นจำนวนมาก ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกส่งตัวไปให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะจีนที่ด่านชายแดนเมืองผูเอ่อ ติดกับเมืองปั่นซาน แขวงแม๊ตมัน (ภาษาถิ่นเรียกว่าหมากหมาง) ในเขตการปกครองของรัฐฉาน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ส่วนผู้หลบหนีการจับกุม 111 ราย ถูกควบคุมตัวส่งไปให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2023 และในวันเดียวกันนี้ กำลังพล มณฑลทหารที่ 171 ของกองทัพสหรัฐว้า (United Wa State Army: UWSA) กองบัญชาการเมืองยอน ตำบลเมืองยอน เขตเมืองมายซัต (ภาษาถิ่นเรียกว่าเมิงสาด) แขวงมายซัต รัฐฉานตะวันออก หรือเรียกอีกหนึ่งว่า เขตว้าใต้ ซึ่งนำโดย หยาง กั๋ว จง (Yang Guo-Zhong) ได้ทำการตรวจค้นบุคคลที่มาพักอาศัยและทำงานอยู่ในหมู่บ้านเปงคำ ริมแม่น้ำกก ในตำบลเมืองยอน มีผู้ต้องสงสัยชาวจีนที่เข้ามาทำธุรกิจผิดกฎหมาย โดยเฉพาะการฉ้อโกงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ถูกจับกุมครั้งนี้มากกว่า 300 ราย และในวันที่ 16 ตุลาคม 2023 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยชาวจีนในเขตเมืองปั่นซาน อีก 2,349 ราย ทางหน่วยงานความมั่นคงจีน ระบุว่า มีการส่งตัวกลุ่มผู้ต้องสงสัยฉ้อโกงทางโทรคมนาคมจากพื้นทางตอนเหนือของรัฐฉานมายังฝ่ายจีนทั้งหมด 4,666 รายแล้ว โดยจีนพบว่าสถิติคดีฉ้อโกงทางไซเบอร์และทางโทรศัพท์ลดลงร้อยละ 24 และการสูญเสียทรัพย์สินอันเกิดจากคดีความเหล่านี้ลดลงร้อยละ 20.5 เมื่อนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และกระทรวงความมั่นคงของจีนให้คำมั่นว่า จะกระชับความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ด้วย เพื่อส่งเสริมการปฏิบัติการนี้ต่อไป



แก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหนีออกจากจีนแผ่นดินใหญ่เพราะมีการปราบปรามอย่างหนักก่อนหน้า ปัจจุบันไปกระจุกตั้งฐานบัญชาการกันอยู่บริเวณเมืองทางเมียนมาตอนใต้ (ในรัฐกะเหรี่ยง) และเมียนมาตะวันออก (ในรัฐฉานตอนเหนือ) เพราะเป็นเขต/พื้นที่ปกครองตนเองที่มีกลุ่มติดอาวุธชาติพันธุ์พื้นเมืองของเมียนมาบริหารจัดการ และยากแก่รัฐบาลกลางของเมียนมาจะเข้าไปบริหารแทรกแซง และยังมีบางพื้นที่เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย (ตามข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงของจีนเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้ว พบว่า แก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ร้อยละ 68.5 กระจุกตัวอยู่บริเวณพื้นที่ทางเมียนมาตะวันออก จากสถิติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติของไทย พบว่า ในแต่ละปีมีชาวจีนประมาณ 70,000 คนถูกค้ามนุษย์จากประเทศไทยไปเมียนมา และจากสถิติที่เผยแพร่นี้จีนมองว่า ประเทศไทยเป็นแหล่งหลอกลวงและเป็นจุดผ่านแดนของกลุ่มค้ามนุษย์) เพราะเหตุนี้ทำให้แก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจีนไปตั้งฐานบัญชาการที่เมียนมากันเป็นล่ำเป็นสันและฐานบัญชาการแต่ละที่ก็สร้างเป็นเมืองปิดของตัวเองขนาดย่อม ๆ มีการควบคุมคนที่ทำงานอยู่ในนั้นอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลบหนี มีตัวเลขการประเมินฐานบัญชาการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจีนในเมียนมามีมากกว่า 1,000 แห่ง แก๊งอาชญากรรมทางเทคโนโลยีทั้งหลายเหล่านี้ได้แบ่งขอบเขตธุรกิจของตน บางแห่งกำหนดเป้าหมายเหยื่อในจีนแผ่นดินใหญ่ บางแห่งกำหนดกลุ่มเป้าหมายเหยื่อในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และบางแห่งกำหนดเป้าหมายไปประเทศที่พูดภาษาอังกฤษ



ล่าสุด เมื่อวันที่ 15-16 สิงหาคม 2023 ที่ผ่านมา มีการจัดการประชุมศูนย์ประสานงานเฉพาะกิจไตรภาคีเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในพื้นที่แขวงเมียวดี รัฐกะเหรี่ยง สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ระหว่าง กระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ไทย) และกองกำลังตำรวจเมียนมา ครั้งที่ 2 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมแชงกรี-ลา เชียงใหม่ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากทั้งสามประเทศเข้าร่วมประชุม รวมทั้งผู้แทนจากกระทรวงป้องกันความสงบของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เข้าร่วมการประชุม ประเด็นที่หารือกันอย่างแรกคือ การตั้งศูนย์ประสานงานเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์และร่วมกันปราบปราม เพื่อเป็นจุดบัญชาการหลักในการต่อต้านกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติทั้งหลายในพื้นที่พันธกิจของศูนย์ เพื่อปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่ของทั้งสี่ประเทศ รวมทั้งมีการจัดทำแผนปฏิบัติการร่วม เพื่อแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ประสานงานของแต่ละประเทศ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งยังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือเพิ่มไปยังอีกสองประเทศ ได้แก่ กัมพูชา และเวียดนาม รวมถึงองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ตำรวจสากลและองค์การสหประชาชาติ ร่วมสังเกตการณ์ และหลังจากนี้จะผลักดันให้มีการปฏิบัติการร่วมกัน ในการปราบปรามโดยบูรณาการร่วมกันของเจ้าหน้าที่จากประเทศภาคีทั้งหมด และโดยทางการจีนจะมีการสนับสนุนในการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ รวมถึงงบประมาณและเทคโนโลยีในการปฏิบัติการต่าง ๆ ในการนี้








แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น