สันติภาพในพม่ายังไกลสุดเอื้อม





ภายใต้รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2008 การหาหนทางประนีประนอมเพื่อให้เกิดการกระจายอำนาจให้กลุ่มชาติพันธุ์ปกครองตนเอง ถือเป็นความท้าทายสำคัญบนเส้นทางสร้างสันติภาพในพม่า


 


รัฐบาล เต็งเส่ง ได้เชิญ 15 กลุ่มกองกำลังชาติพันธุ์ในประเทศมาพูดคุยเพื่อหาทางยุติความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ จนนำไปสู่การลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ แต่มีเพียง 8 กลุ่มกองกำลังจาก 15 กลุ่มเท่านั้นที่ยอมลงนามในข้อตกลง : ทำให้เกิดการตั้งคำถามว่า นี่จะเรียกว่าเป็นการหยุดยิงทั่วประเทศได้หรือไม่?


 




รัฐบาล ซูจี การสู้รบระหว่างกองทัพกับกองกำลังที่ไม่ได้ลงนามในรัฐฉานและรัฐคะฉิ่นก็ยังคงดำเนินอยู่ : ทำให้หลายฝ่ายเกิดความคลางแคลงใจว่า ฝ่ายรัฐบาลและกองทัพมีความจริงใจแค่ไหนในการผลักดันให้เกิดสันติภาพขึ้นอย่างแท้จริง?


 


กองกำลังหลายกลุ่มยังไม่ได้ลงนามในข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ และการสู้รบยังคงดำเนินอยู่ เมื่อกองทัพ ตัวแปรสำคัญของการปฏิรูปการเมืองยังคงรักษาอำนาจตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น และการลงนามหยุดยิงระหว่างทางการพม่ากับ 8 กลุ่มชาติพันธุ์ อาจปูทางไปสู่การเจรจาทางการเมือง : ทำให้เกิดความกังวลว่าจะบรรลุเป้าหมายที่แท้จริงหรือไม่?


 


สถานการณ์ล่าสุด การเจรจาทางการเมืองรอบที่ 2 ภายใต้ชื่อ การประชุมสันติภาพปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 วันที่ 24-28 พฤษภาคม 2017 รัฐบาลและกองทัพพม่ายังคงดำเนินตามนโยบายข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ(NCA) ที่จะเจรจาพูดคุยทางการเมืองกับกลุ่มที่ลงนามหยุดยิงเท่านั้น โดยกลุ่มที่ได้ลงนามหยุดยิง 8 กลุ่ม ประกอบด้วย ABSDF, ALP, CNF, DKBA, KNU, KNLA PC, PNLO, RCSS ที่จะได้รับสิทธิ์ในการหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการ หมวดการเมืองการปกครอง หมวดการกลาโหมและความมั่นคง หมวดที่ดินและสิ่งแวดล้อม หมวดเศรษฐศาสตร์ หมวดสังคม ส่วนกลุ่ม FPNCC ซึ่งมีกองทัพสหรัฐว้า(UWSA) เป็นแกนนำ และเป็นกลุ่มที่ยังไม่ลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ(NCA) กลุ่ม FPNCC ประกอบด้วย AA, KIA, MNDAA, NDAA, SSPP, TNLA, UWSA ได้รับเชิญเข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมสันติภาพปางหลวงแห่งศตวรรษที่ 21 ครั้งที่ 2 ในครั้งนี้ในฐานะแขกพิเศษจากรัฐบาล ซึ่งจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมในการถกปัญหาต่างๆ หรือ ออกเสียงเห็นชอบมติต่างๆ โดยจะทำหน้าที่เป็นแค่ผู้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมและสังเกตการณ์เท่านั้น ส่วนกลุ่ม ANC, KNPP, LDU, NMSP, WNO ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่ม UNFC เป็นกลุ่มที่ยังไม่ลงนามหยุดยิงทั่วประเทศ(NCA) และไม่ได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมและเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ : สันติภาพ อาจเกิดขึ้นไม่ได้ หากไม่มีความพร้อมและความจริงใจ ตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ที่เคยเข้าร่วมการเจรจากับรัฐบาลและกองทัพพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รัฐบาลพม่าไม่เป็นมิตร และกรอบคิดการสร้างสันติภาพยังอยู่ที่รัฐบาลพม่าคือผู้นำและกลุ่มชาติพันธุ์คือผู้ตาม นอกจากนี้ กองทัพซึ่งมีอำนาจเบ็ดเสร็จมานานและประสบความสำเร็จในการผูกขาดศูนย์อำนาจ การกระจายอำนาจ การยอมรับข้อเสนอของกลุ่มชาติพันธุ์ ย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย อุปสรรคสำคัญอีกอย่างหนึ่งของกระบวนการสร้างสันติภาพยังเป็นบทบาทของกองทัพและโควต้าของกองทัพที่ยังยึดพื้นที่ในรัฐสภา ยิ่งไปกว่านั้น รัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2008 ที่ร่างขึ้นมาโดยกองทัพ ยังเป็นเครื่องมือที่ทรงอำนาจเพื่อสร้างความชอบธรรมและเสริมสร้างบทบาทภายใต้กรอบการเจรจา กองทัพยังมีอำนาจวีโต้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงกล่าวได้ว่า กองทัพ คือ กุญแจดอกสำคัญที่สุด ที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่เปลี่ยนแปลง ส่วนอุปสรรคอีกประการหนึ่ง พรรค NLD และนางอองซาน ซูจี มิได้สนใจที่จะนำกลุ่มชาติพันธุ์ที่เหลือมาเข้าสู่โต๊ะเจรจาเท่าใดนัก สิ่งที่รัฐบาลต้องการ คือ หลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อต้องการแสดงให้ภายนอกเห็นว่า พม่ากำลังเข้าสู่กระบวนการสร้างสันติภาพจริง เพราะรัฐบาลได้รับเงินทุนจำนวนมหาศาลจากภายนอกประเทศ เพื่อผลักดันให้เกิดสันติภาพ และกลุ่มชาติพันธุ์บางกลุ่มลงนามในข้อตกลงหยุดยิงเพื่อแลกกับผลประโยชน์ที่รัฐบาลหยิบยื่นให้ การลงนามที่เน้น “ลายเซ็น” ในกระดาษเพียงแผ่นเดียวนี้จึงมิได้สร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นจริงมากกว่าที่จะเป็นการเจรจาหาข้อยุติและแก้ไขข้อขัดแย้งจริง

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น